US STUDENT VISA วีซ่าอเมริกา 



เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศสหรัฐอเมริกา

ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะรับแบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวแบบใหม่เท่านั้น  


เพื่อให้เป็นตามข้อกำหนดของกระทรวงการต่าง ประเทศสหรัฐฯ สถานทูตฯ และสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุกแห่งทั่วโลกต้องเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวเป็น DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มชนิดใหม่ แผนกวีซ่าชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าชั่วคราวทุกชนิดเป็นแบบฟอร์มใหม่ ยกเว้นวีซ่าคู่หมั้น K1/2 โดยแบบฟอร์มใหม่นี้จะถูกใช้แทนแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เราจะไม่รับแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 สำหรับผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ยังคงต้องยื่นแบบฟอร์ม DS-156E เช่นเดิมรวมกับแบบฟอร์ม DS-160


? หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออยู่อย่างน้อย 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีทั้งหมด



? กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนลงในแบบฟอร์ม
   o DS-160 ซึ่งจะต้องทำการกรอกแบบ Online และทำการ print ออกมาเพื่อนำมายื่น ณ วันสัมภาษณ์ 



? รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 5 ซ.ม. * 5 ซ.ม. พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีกรอบและ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน รูปใบหน้าขนาดใหญ่ เห็นหูทั้ง 2 ข้าง จำนวน 2 รูป



? ทะเบียนบ้านตัวจริง พร้อมสำเนา บัตรประชาชนพร้อมตัวจริง



? หลักฐานการศึกษาครั้งล่าสุด เช่น ประกาศนียบัตร, Transcript หลักฐานที่เคยเรียนเพิ่มเติม หรือ เข้ารับการอบรมในขณะที่กำลังศึกษาหรือหลังจบการศึกษาแล้ว เช่น สำเนาประกาศนียบัตร พร้อมหลักฐานต่างๆว่าเคยเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษา



? กรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้นำหลักฐานมายื่นด้วย



? ใบตอบรับจากสถาบันการศึกษาที่ออกให้โดยโรงเรียน (I-20)



? ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยนักเรียนต้องทำการชำระค่าธรรมเนียม จำนวน US $ 100 ผ่านทาง ที่ทำการไปรษณีย์ โดยต้องทำการชำระก่อนการไปยื่นวีซ่า ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมที่สถานทูตได้



? หลักฐานการชำระค่า Sevis fee



? หนังสือรับรองการทำงาน (ในกรณีที่ทำงานแล้ว) พร้อมทั้งหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมสมุดบัญชีตัวจริงและสมุดบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ ถ้ามี



? หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการศึกษาที่ประเทศอเมริกา
  o จดหมายรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร
  o Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  o สมุดบัญชีตัวจริง (นำติดตัวไปด้วย ณ วันสัมภาษณ์)
  o หนังสือรับรองว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้ (Sponsor Letter)



? ทะเบียนบ้าน- บัตรประชาชนของผู้ปกครองหรือผู้ที่เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ตัวจริง พร้อมสำเนาและเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง



? ใบทะเบียนการค้า บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่างๆ(กรณีเป็นกิจการส่วนตัวหรือบริษัท



? เอกสารภาษีเงินได้สำหรับผู้เสียภาษี หรือใบประกาศจากกรมสรรพากร (สำหรับกิจการส่วนตัว)


ขั้นตอนและบริการการขอวีซ่าในประเทศไทย

ในวันที่ 19 มกราคม 2549 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์โดยจะต้องทำการนัดหมายผ่าน "บริการเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์" ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ในการใช้บริการนี้จะต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ สามารถใช้รหัสประจำตัว (PIN) หาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกใน ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน


?

การซื้อรหัสประจำตัว (PIN)

สามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard รหัสประจำตัว (PIN)

  • บริการทางเว็บไซต์: ที่อยู่เว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com (เข้าไปนัดหมายวันสัมภาษณ์) หรือ
  • บริการทางโทรศัพท์ (Call Center): หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457 หรือ
  • ที่ทำการ ไปรษณีย์ ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป


ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า
1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (โปรดเช็คอัตราแลกเปลี่ยนก่อนชำระ) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน
     http://bangkok.usembassy.gov

2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN)ณ ที่ทำการ
    ไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
?  บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์
?  บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์

3. จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่
    หรือน้อง)

4. หาข้อมูลจาก
?  เว็บไซด์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
http://bangkok.usembassy.gov
?  อีเมลถึง
visasbkk@state.gov และ conschiangmai@state.gov โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
?  เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวัน
   สัมภาษณ์ทางเว็บไซต์
?  Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 2 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการ
    ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

5. เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด

6. เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง ราคา 50 บาท

7. ถือเอกสารที่เตรียมไว้ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวัน-เวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย

8. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 55 บาท
     8.1 เมื่อไปถึงสถานฑูต (ก่อนเข้าสัมภาษณ์) ผู้เดินทางต้องเข้าแถวซื้อซองไปรษณีย์ที่กรมไปรษณีย์ บริเวณห้องโถงรับรองของสถานฑูต และกรอกฟอร์มขอใช้บริการส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณย์( Courier Pass Back) และแนะนำให้ไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะคิวค่อนข้างยาว (จะไปซื้อซอง หรือกรอกฟอร์มขอใช้บริการนี้ ที่ไปรษณีย์อื่นไม่ได้)
     8.2  หลังซื้อซองเสร็จแล้ว ให้เข้าคิวต่อที่หน้าต่างเบอร์  3 เพื่อรับเบอร์เรียกเข้าสัมภาษณ์
     8.3  รอเรียกเข้าสัมภาษณ์ตามคิว  โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คเอกสาร,สัมภาษณ์ และหากวีซ่าผ่านก็จะสแกนลายนิ้วมือ (FINGER SCAN) ของนิ้วชี้ข้างซ้าย และนิ้วชี้ขวา  แต่ถ้าวีซ่าไม่ผ่านเจ้าหน้าที่ก็จะส่งคืนเอกสารเลย (สถานฑูตจะพิจารณาตามเอกสารที่ผู้เดินทางกรอกใน WEBSITE (ฟอร์ม DS 160 ) และ SUBMIT ข้อมูลไปให้สถานฑูตไว้ล่วงหน้า โดยจะสัมภาษณ์เพิ่มในกรณีมีข้อสงสัยเพิ่มเติม)

 9.  หนังสือเดินทางทุกเล่มจะส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ (ไม่นับวันสัมภาษณ์) เช่นสัมภาษณ์วันศุกร์ สถานฑูตจะส่งพาสปอร์ตให้
    ไปรษณีย์ประมาณวันพุธถัดไป (2-3 วันทำการ) และไปรษณีย์ใช้เวลาส่ง EMS อีกประมาณ 1-2 วัน   รวมเวลาได้รับพาสปอร์ตคืน ประมาณ 5 วัน
    ทำการ (สถานที่ที่ให้จัดส่งพาสปอร์ตจะต้องเป็นที่ที่มีผู้เซ็นต์รับเอกสารด้วย  มิฉะนั้นไปรษณีย์จะตีคืน แล้วต้องนำใบรับไปติดต่อรับเองที่ไปรษณีย์
    เอง)

สถานกงศุลสถานฑูตสหรัฐอเมริกา
เลขที่ 95 ถนนวิทยุ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 02-205-4000
โทรสาร: 02-254-1171, 02-205-4103

Customer Feedback

แอนนี่สนใจไปเรียนภาษาที่ประเทศแคนาดาค่ะ รู้สึกว่าการไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศจะช่วยให้ได้ประสบการณ์และเปิดโลกกว้างให้กับการเรียนรู้ได้มากทีเดียว นอกจากนี้แล้ว การไปเรียนที่แคนาดายังจะทำให้แอนได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ในเมืองไทยด้วยค่ะ ก่อนที่จะตัดสินใจไปเรียนแคนาดา โดยใช้บริการของ Uplus Study นั้น แอนได้ค้นหาข้อมูลมากมายในอินเทอร์เน็ตมาประม...

Annie Sarita Sawasdikumtorn
Oct 19, 2011

แนะแนวเรียนต่อ Our Main Services

Upluz iesc: ศูนย์บริการการศึกษาต่อต่างประเทศ

เรามีบริการแนะแนวเกี่ยวกับระบบการ เรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา, อนุปริญญา, มหาวิทยาลัย หรือเรียนภาษาต่างๆ
นอกจากนี้เรายังมีบริการยื่นวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน หาที่พัก และอื่นๆอีกมากมายกับ เรียนต่อต่างประเทศ