วันอังคารที่ 22 กันยายน 2009 เวลา 15:23 น. แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2010 เวลา 17:58 น.
US STUDENT VISA วีซ่าอเมริกา
เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศสหรัฐอเมริกา
ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะรับแบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวแบบใหม่เท่านั้น
เพื่อให้เป็นตามข้อกำหนดของกระทรวงการต่าง ประเทศสหรัฐฯ สถานทูตฯ และสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุกแห่งทั่วโลกต้องเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวเป็น DS-160 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มชนิดใหม่ แผนกวีซ่าชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าชั่วคราวทุกชนิดเป็นแบบฟอร์มใหม่ ยกเว้นวีซ่าคู่หมั้น K1/2 โดยแบบฟอร์มใหม่นี้จะถูกใช้แทนแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เราจะไม่รับแบบฟอร์ม DS-156, DS-157 และ DS-158 หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 สำหรับผู้สมัครวีซ่าชนิด E-1/2 Treaty Trader ยังคงต้องยื่นแบบฟอร์ม DS-156E เช่นเดิมรวมกับแบบฟอร์ม DS-160
? หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออยู่อย่างน้อย 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีทั้งหมด
? กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนลงในแบบฟอร์ม
o DS-160 ซึ่งจะต้องทำการกรอกแบบ Online และทำการ print ออกมาเพื่อนำมายื่น ณ วันสัมภาษณ์
? รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 5 ซ.ม. * 5 ซ.ม. พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีกรอบและ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน รูปใบหน้าขนาดใหญ่ เห็นหูทั้ง 2 ข้าง จำนวน 2 รูป
? ทะเบียนบ้านตัวจริง พร้อมสำเนา บัตรประชาชนพร้อมตัวจริง
? หลักฐานการศึกษาครั้งล่าสุด เช่น ประกาศนียบัตร, Transcript หลักฐานที่เคยเรียนเพิ่มเติม หรือ เข้ารับการอบรมในขณะที่กำลังศึกษาหรือหลังจบการศึกษาแล้ว เช่น สำเนาประกาศนียบัตร พร้อมหลักฐานต่างๆว่าเคยเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษา
? กรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้นำหลักฐานมายื่นด้วย
? ใบตอบรับจากสถาบันการศึกษาที่ออกให้โดยโรงเรียน (I-20)
? ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยนักเรียนต้องทำการชำระค่าธรรมเนียม จำนวน US $ 100 ผ่านทาง ที่ทำการไปรษณีย์ โดยต้องทำการชำระก่อนการไปยื่นวีซ่า ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมที่สถานทูตได้
? หลักฐานการชำระค่า Sevis fee
? หนังสือรับรองการทำงาน (ในกรณีที่ทำงานแล้ว) พร้อมทั้งหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมสมุดบัญชีตัวจริงและสมุดบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ ถ้ามี
? หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการศึกษาที่ประเทศอเมริกา
o จดหมายรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร
o Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
o สมุดบัญชีตัวจริง (นำติดตัวไปด้วย ณ วันสัมภาษณ์)
o หนังสือรับรองว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้ (Sponsor Letter)
? ทะเบียนบ้าน- บัตรประชาชนของผู้ปกครองหรือผู้ที่เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ตัวจริง พร้อมสำเนาและเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
? ใบทะเบียนการค้า บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่างๆ(กรณีเป็นกิจการส่วนตัวหรือบริษัท
? เอกสารภาษีเงินได้สำหรับผู้เสียภาษี หรือใบประกาศจากกรมสรรพากร (สำหรับกิจการส่วนตัว)
ขั้นตอนและบริการการขอวีซ่าในประเทศไทย
ในวันที่ 19 มกราคม 2549 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์โดยจะต้องทำการนัดหมายผ่าน "บริการเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์" ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ในการใช้บริการนี้จะต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ สามารถใช้รหัสประจำตัว (PIN) หาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกใน ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
?
การซื้อรหัสประจำตัว (PIN)
สามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard รหัสประจำตัว (PIN)
- บริการทางเว็บไซต์: ที่อยู่เว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com (เข้าไปนัดหมายวันสัมภาษณ์) หรือ
- บริการทางโทรศัพท์ (Call Center): หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457 หรือ
- ที่ทำการ ไปรษณีย์ ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า
1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (โปรดเช็คอัตราแลกเปลี่ยนก่อนชำระ) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน
http://bangkok.usembassy.gov
2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN)ณ ที่ทำการ
ไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
? บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์
? บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์
3. จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่
หรือน้อง)
4. หาข้อมูลจาก
? เว็บไซด์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ http://bangkok.usembassy.gov
? อีเมลถึง visasbkk@state.gov และ conschiangmai@state.gov โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
? เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวัน
สัมภาษณ์ทางเว็บไซต์
? Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 2 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการ
ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
5. เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด
6. เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง ราคา 50 บาท
7. ถือเอกสารที่เตรียมไว้ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวัน-เวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย
8. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 55 บาท
8.1 เมื่อไปถึงสถานฑูต (ก่อนเข้าสัมภาษณ์) ผู้เดินทางต้องเข้าแถวซื้อซองไปรษณีย์ที่กรมไปรษณีย์ บริเวณห้องโถงรับรองของสถานฑูต และกรอกฟอร์มขอใช้บริการส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณย์( Courier Pass Back) และแนะนำให้ไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะคิวค่อนข้างยาว (จะไปซื้อซอง หรือกรอกฟอร์มขอใช้บริการนี้ ที่ไปรษณีย์อื่นไม่ได้)
8.2 หลังซื้อซองเสร็จแล้ว ให้เข้าคิวต่อที่หน้าต่างเบอร์ 3 เพื่อรับเบอร์เรียกเข้าสัมภาษณ์
8.3 รอเรียกเข้าสัมภาษณ์ตามคิว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คเอกสาร,สัมภาษณ์ และหากวีซ่าผ่านก็จะสแกนลายนิ้วมือ (FINGER SCAN) ของนิ้วชี้ข้างซ้าย และนิ้วชี้ขวา แต่ถ้าวีซ่าไม่ผ่านเจ้าหน้าที่ก็จะส่งคืนเอกสารเลย (สถานฑูตจะพิจารณาตามเอกสารที่ผู้เดินทางกรอกใน WEBSITE (ฟอร์ม DS 160 ) และ SUBMIT ข้อมูลไปให้สถานฑูตไว้ล่วงหน้า โดยจะสัมภาษณ์เพิ่มในกรณีมีข้อสงสัยเพิ่มเติม)
9. หนังสือเดินทางทุกเล่มจะส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ (ไม่นับวันสัมภาษณ์) เช่นสัมภาษณ์วันศุกร์ สถานฑูตจะส่งพาสปอร์ตให้
ไปรษณีย์ประมาณวันพุธถัดไป (2-3 วันทำการ) และไปรษณีย์ใช้เวลาส่ง EMS อีกประมาณ 1-2 วัน รวมเวลาได้รับพาสปอร์ตคืน ประมาณ 5 วัน
ทำการ (สถานที่ที่ให้จัดส่งพาสปอร์ตจะต้องเป็นที่ที่มีผู้เซ็นต์รับเอกสารด้วย มิฉะนั้นไปรษณีย์จะตีคืน แล้วต้องนำใบรับไปติดต่อรับเองที่ไปรษณีย์
เอง)
สถานกงศุลสถานฑูตสหรัฐอเมริกา
เลขที่ 95 ถนนวิทยุ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 02-205-4000
โทรสาร: 02-254-1171, 02-205-4103








