ข้อมูลทั่วไป
แคนาดาเป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลกและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แคนาดาเป็นประเทศที่ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แคนาดาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย ซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และพึ่งพาการค้าขาย โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่แคนาดามีความสัมพันธ์อันยาวนานและสลับซับซ้อน
รัฐและดินแดนของแคนาดามีรายชื่อดังต่อไปนี้


รัฐ

  • แอลเบอร์ตา
  • บริติชโคลัมเบีย
  • แมนิโทบา
  • นิวบรันสวิก
  • นิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์
  • โนวาสโกเชีย
  • ออนแทรีโอ
  • ปรินซ์เอ็ดเวิร์ดไอแลนด์
  • ควิเบก
  • ซัสแคตเชวัน

ดินแดน

  • นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์
  • นูนาวุต
  • ยูคอน

*ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างรัฐกับดินแดนคือ รัฐของแคนาดาได้รับมอบอำนาจจากบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยตรง ขณะที่ดินแดนของแคนาดาจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายของสหพันธรัฐ ดังนั้น รัฐบาลสหพันธ์จึงมีอำนาจโดยตรงในการควบคุมดูแลดินแดน ส่วนรัฐบาลของรัฐนั้นจะมีอำนาจและสิทธิในการปกครองตนเองมากกว่า

ภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง ทิศเหนือจรดมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้จรดสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก และรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา
พื้นที่ 9,976,140 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
เมืองหลวง คือ กรุงออตตาวา

ประชากร
จำนวนประชากร:32.601.360 ล้านคน (2551)

วัฒนธรรม
ค่านิยมหลักของสังคมแคนาดาที่ฝังลึกในทุกคนคือ การส่งเสริมและเคารพในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สังคมแคนาดาจะสนใจอย่างยิ่งต่อพัฒนาการในประเทศที่มีระบอบการปกครองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ระบบการศึกษา
การศึกษาในแคนาดาจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของแต่ละมณฑลตามกฎมหายของแคนาดา ในแต่ละมณฑลจะมีระบบการศึกษา ที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วนักเรียนชาวแคนาดาจะเข้า โรงเรียนอนุบาลเมื่อมีอายุครบ 4 ? 5 ปี และใช้เวลาเรียน 1 ? 2 ปี ทั้งนี้แล้วแต่สมัครใจ เมื่อมีอายุครบ 6 ปี จะต้องเข้าเรียนชั้นเกรด 1 โดยปกติโรงเรียนจะเริ่มปีการศึกษาตั้งแต่ช่วง เดือนกันยายน ถึงเดือนมิถุนายน โรงเรียน มัธยมศึกษาจะมีไปจนถึงเกรด 11, 12 หรือ (OAC) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมณฑลนั้นๆ เพื่อศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือ CEGEP ของควิเบค
ในตารางข้างล่างนี้ แสดงภาพรวมของระบบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จะเป็นได้ว่าออนตาริโอจะรับนักเรียนที่สำเร็จ ได้รับ ประกาศนียบัตร มัธยมศึกาษออนตาริโอ (OSSD) และเครดิตทางการศึกษาออนตาริโอ (OAC) 6 หน่วยกิต ก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ส่วนที่ควิเบคจะมีระบบ CEGEP ในทั้ง 2 กรณีนี้ นักศึกษาอาจลงบางรายวิชาที่สามารถโอนเครดิตเข้าไปในระดับมหาวิทยาลัยได้
ระดับประถมศึกษา
ระบบการศึกษาเริ่มจากชั้นอนุบาลเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่ชั้นประถมศึกษาในแต่ละมณฑลจะมีความแตกต่างกันดังนี้คือ

  1. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-8 คือมณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา
  2. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือมณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน
  3. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-6 คือทุกมณฑลนอกจากที่กล่าวมาแล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ระดับมัธยมศึกษา
จำนวนปีการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล แต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้ว จะรวมใช้เวลาเรียน 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคและมณฑลออนตาริโอจะจัดระบบชั้นมัธยมเลยไปอีก 1 ปี รวมเวลาเรียน 13 ปี คล้ายกับว่ามีมัธยม 7 แต่นักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยม 7 จะเรียนอีก 3 ปีก็ได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 4 ปี

ในมณฑลควิเบคยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศส ที่เรียก ซีเจ็ฟ (Cegep) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชน ต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล

โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นแบบสหศึกษา ส่วนของเอกชนนั้นมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน หรือสหศึกษา บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ระดับมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็ก มีนักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้า แต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษาคือภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษ และสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ
สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้น มหาวิทยาลัยทั่วไป (ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องได้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะเรียน ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปจาก 3-5 ปี ซึ่งนักศึกษาควรจะต้องตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่สมัคร บางมหาวิทยาลัยจะมีปริญญาตรี 2 แบบ คือ แบบทั่วไป (Ordinary Degree) ซึ่งอาจจะเรียนจบภายใน 3 ปี และแบบเกียรตินิยม (Honours Degree) ซึ่งมีวิชาให้เรียนเพิ่มอีก 1 ปี เหมาะสำหรับผู้จะเรียนต่อปริญญาโท ในบางแขนงวิชามีการฝึกงานด้วย หลักสูตรจะเป็น 5 ปี ซึ่งรวมระยะเวลาเรียนและฝึกงาน หลักสูตรฝึกงานได้แก่ หลักสูตรบัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมศาสตร์
สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course Work ฟังการบรรยายและเขียนรายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination)
สำหรับปริญญาเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การศึกษากึ่งวิชาชีพ (Community College หรือ Career College) เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี มุ่งเน้นผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงานให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชาที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลา ให้สอดคล้องตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติ (Co-op Education)
สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไปนักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียนก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การโอนหน่วยกิต
แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระเบียบการเทียบโอนหน่วยกิตแตกต่างกันไป นักศึกษาต้องตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการเทียบโอนหน่วยกิตก่อนตัดสินใจย้ายสถานศึกษา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โรงเรียนสอนภาษา
มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับชาวต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language (ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง French as a Second Language (FSL) หลายแห่ง กระจายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วแคนาดา ทั้งนี้เพราะผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแคนาดาจำเป็นต้องปรับระดับทักษะภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชุมชนเกือบทุกแห่งมีแผนกภาษาอังกฤษเปิดสอนหลักสูตร ESL สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่จะมีข้อกำหนดวันเริ่มเรียนเป็นข้อๆ และคุณสมบัติของผู้เรียนระบุไว้ ส่วนโรงเรียนสอนภาษาเอกชนนั้น นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ตลอดปี และมีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การสมัครเข้าศึกษา
การเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของแคนาดา นักศึกษาควรศึกษารายละเอียดของแต่ละสถาบัน และต้องเตรียมเอกสารที่ทางสถาบันกำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนนำส่งสำนักงานนายทะเบียนที่จะศึกษา หากเอกสารไม่ครบถ้วน ทางเจ้าหน้าที่อาจส่งเอกสารคืน ทำให้การสมัครล่าช้า สถานศึกษาในประเทศแคนาดาค่อนข้างเข้มงวด และจะไม่พิจารณาใบสมัครของนักศึกษาจนกว่าจะได้เอกสารทุกอย่างครบ ถ้าไม่สามารถนำส่งเอกสารได้ครบถ้วน นักศึกษาควรแนบจดหมายแจ้งเหตุผลให้ทางสถาบันทราบ และกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ยังขาด โดยทั่วไปแคนาดายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เนื่องด้วยสถาบันแต่ละแห่ง ได้รับเงินสนับสนุนค่อนข้างมากจากรัฐบาล จึงมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่างชาติไว้ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
นักศึกษาควรสมัครเข้าเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัยก่อน ใช้เวลาเรียน 2 ปี ทำคะแนนให้ดีแล้วโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัย หลังเรียนต่ออีก 2 ปีจะได้รับปริญญาซึ่งง่ายกว่าการสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการสมัครยากกว่า สำหรับปริญญาโท นักศึกษาที่มีคะแนนภาษาอังกฤษและผลการเรียนดี สามารถสมัครเรียนโดยตรง ในกรณีที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ นักศึกษาสามารถเข้าเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนก่อน ทำคะแนน TOEFL ให้ได้ 550 ถึง 600 และพยายามหาโอกาสทำความรู้จักกับอาจารย์ อาจจะช่วยให้การสมัครเข้าศึกษาง่ายขึ้น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปีการศึกษา
ปีการศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ช่วงหยุดภาคฤดูร้อน (Spring และ Summer) เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

Customer Feedback

“แวน”สาวนักกฎหมายกับการไปเรียนต่ออังกฤษแบบคิดบวก+ แวนเรียนที่อังกฤษค่ะ รู้จัก U+ โดยการเสิร์ชทางอินเตอร์เน็ต เสิร์ชเสร็จแล้วก็โทรถามดูค่ะ จริงๆแล้วช่วงที่หาข้อมูลอยู่ตอนนั้นก็โทรหาหลายที่เหมือนกันค่ะ แต่ก็มาหยุดอยู่ที่ U+ เพราะพี่ปูเลยค่ะ พี่ปูดูแลดีมาก แล้วก็คอยติดตาม อีกอย่างพี่ปูก็พูดเพราะด้วย(หัวเราะ) ก็เลยตัดสินใจไปกับ U+ นี่แหละค่ะ เพรา...

Pattra Wanwattanakit (Van)
Jan 05, 2012

แนะแนวเรียนต่อ Our Main Services

Upluz iesc: ศูนย์บริการการศึกษาต่อต่างประเทศ

เรามีบริการแนะแนวเกี่ยวกับระบบการ เรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา, อนุปริญญา, มหาวิทยาลัย หรือเรียนภาษาต่างๆ
นอกจากนี้เรายังมีบริการยื่นวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน หาที่พัก และอื่นๆอีกมากมายกับ เรียนต่อต่างประเทศ